งานวิจัยแผ่นดินไหวของประเทศไทย ครั้งที่ 1 (TSER2023)
<p>มหาวิทยาลัยมหิดลและเครือข่ายศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ จัดการประชุมสัมมนา "งานวิจัยแผ่นดินไหวของประเทศไทย ครั้งที่ 1 (TSER2023)" ระหว่างวันที่ 24–25 ตุลาคม 2566 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนผลงานวิจัย นวัตกรรม และสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมือและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว</p>
มหาวิทยาลัยมหิดล โดยการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) และหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนา “งานวิจัยแผ่นดินไหวของประเทศไทย ครั้งที่ 1 หรือ The 1st Thailand Symposium on Earthquake Research (TSER2023)” ระหว่างวันที่ 24–25 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
การจัดประชุมสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนและนำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรม และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย สนับสนุนข้อมูลวิชาการ และสร้างความตระหนักรู้เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว โดยมีกิจกรรมและเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้:
การนำเสนอผลงานทางวิชาการ: มีบทคัดย่อที่ผ่านการคัดกรองนำเสนอในงานจำนวนทั้งสิ้น 42 เรื่อง ครอบคลุมหัวข้อหลัก ได้แก่ วิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering) 18 เรื่อง, วิทยาศาสตร์โลก (Earth Science and Ground Motion) 10 เรื่อง, ภัยพิบัติแผ่นดินไหว (Seismic Hazard) 6 เรื่อง และการประเมินความเสี่ยงและการฟื้นฟู (Multi-Hazard Risk Assessment & Disaster Resilience) 4 เรื่อง
การบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก: เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ใน 5 หัวข้อสำคัญ เช่น ภาพรวมงานวิจัยวิศวกรรมแผ่นดินไหวในไทย, การประเมินสมรรถนะโครงสร้างพื้นฐานเดิม, การปรับปรุงโครงสร้างอาคารเรียนในไต้หวัน, การประยุกต์ใช้ AI ในงานวิศวกรรมโครงสร้าง และการประเมินสมรรถนะโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่เสื่อมสภาพตามอายุ
พิธีเชิดชูเกียรติ: มีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแด่ ศ. ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ เพื่อยกย่องในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่งานวิจัยแผ่นดินไหวของประเทศไทย
เวทีเสวนามาตรฐานวิศวกรรม: ปิดท้ายด้วยเวทีเสวนาในหัวข้อ "การใช้งาน มยผ. 1301/1302-61 ปัญหาและแนวทางแก้ไข" โดยมี ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เป็นผู้ดำเนินรายการร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญ
งานประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จโดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 180 ราย ประกอบด้วย ภาคเอกชน 90 ราย (จาก 50 แห่ง) ภาคการศึกษา 50 ราย (จาก 24 สถาบัน) และภาครัฐ 40 ราย (จาก 21 หน่วยงาน)
การต่อยอดงานวิจัย: คณะผู้จัดงานนำโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล มีแผนที่จะเผยแพร่บันทึกการบรรยายและการเสวนาออกสู่สาธารณะ พร้อมทั้งดำเนินการขอเลข ISSN (International Standard Serial Number) เพื่อใช้เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลวารสารทางวิชาการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสืบค้น ตรวจสอบ และใช้อ้างอิงสำหรับผลงานทางวิชาการด้านแผ่นดินไหวของประเทศไทยในอนาคต